Dr.Anun Suwantawakup

Dr.Anun Suwantawakup Follow

Chanisa Cosmetic Clinic
คลีนิคศัลยกรรมความงาม
โดยเเพทย์วุฒิบัตรศัลยกรรมตกเเต่งจากเเพทย์สภา
📞085-487-1716
📩แอดไลน์เพียงกดลิ้งข้างล่าง

http://bit.ly/2uptDCQ

3,503 Followers  223 Follow

Share Share Share

ขอคำปรึกษาศัลยกรรม ติดต่อไลน์ @chanisaclinic (มี@) ครับ
ปรึกษาศัลยกรรมความงานติดต่อ ไลน์ @chanisaclinic (มี@) ครับ
ยินดีกับคุณหมอ อนันต์ สุวรรณเทวะคุปต์ด้วยนะคะ😊🎉
ปรึกษาศัลยกรรมตกแต่ง สามารถแอดไลน์ 📩@chanisaclinic (มี@) มาได้เลยครับ
🙂งานแก้ไขคางที่ทำจากที่อื่นแล้วมีปัญหา🙂
.
#ศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง #ศัลยกรรม #ศัลยกรรมคาง #ศัลยกรรมหน้า
สุขสันต์วันแม่ปี 2557 ขอพระทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน #queenofthailand
#การปลูกถ่ายไขมัน พบว่าโอกาสที่เซลล์ไขมันจะอยู่รอดหลังการปลูกถ่ายนั้นพบได้ตั้งแต่ 70%-90% ทั้งนี้ขึ้นกับหลายๆ ปัจจัย เป็นต้นว่า ความแข็งแรงของตัวผู้ป่วยเอง เทคนิคการสกัดไขมัน หรือการฉีดไขมัน เมื่อเซลล์ไขมันที่อยู่รอดแล้วจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรา หากอ้วนมันก็จะอ้วน หากเราผอมลงเซลล์ก็จะผอม แต่ทั้งนี้จะพบว่าหากมีการเติมซ้ำหลังจากครั้งแรกประมาณ 3-6 เดือน พบว่าโอกาสที่ไขมันจะอยู่รอดมากขึ้นได้อีก
#สุดยอดเทคโนโลยี LipoKit กับการเก็บไขมัน
LipoKit เป็นใช้เครื่องมือที่ทันสมัยที่มีประสิทธิภาพสูงในการจัดเก็บไขมันภายในเครื่องเดียว ครบทุกกระบวนการ ในระบบปิด ซึ่งเริ่มจากกระบวนการดูดไขมัน กักเก็บไขมัน คัดแยกเซลล์ไขมัน ผลิต Stem Cell โดยแพทย์จะทำการดูดไขมันมาจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย แล้วเข้าสู่ขั้นตอนคัดแยกน้ำเหลืองหรือเลือดที่ปะปนมาจากการดูดไขมันที่ จากนั้นนำกลับไปฉีดให้เจ้าของไขมันคนเดิมโดยไม่ต้องนำไขมันออกมาปั่นนอกเครื่องเหมือนเครื่องมือแบบเก่าที่ล้าสมัย ผลที่ได้คือ ได้เซลล์ไขมันที่มีบริสุทธิ์ มีความปลอดภัยเหมาะกับการฉีดเข้าในบริเวณที่ต้องการ คุณภาพและความอยู่รอดของเซลล์ไขมันที่ได้สูง 
#ประโยชน์ที่ได้รับจากการศัลยกรรมด้วยไขมันตัวเอง
1. การฉีดเพื่อ เสริม เติมเต็มส่วนที่ขาดหรือ ปรับแต่ง แก้ไขรูปร่างที่ยังไม่ได้สัดส่วน 
2. การฉีดเพื่อเน้นให้ผิวใส ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
#อาการหลังได้รับการฉีดไขมัน
บริเวณที่ฉีดไขมันจะบวมขึ้นประมาณ 2-3 วัน แต่อย่างไรก็ตาม การเขียวช้ำไม่ค่อยพบ เนื่องจากการใช้เทคนิคในปัจจุบัน การบวมอาจจะอยู่ถึง 1-2 สัปดาห์แรกหลังจากนั้นอาการบวมจะลดลงเรื่อยๆ และสวยขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งโดยปกติอาการบวมต่างๆ จะคงที่ประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้อัตราการบวมในแต่ละรายนั้นจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ เพศ วัย หรือปริมาณ fat ที่เติมด้วย
อาการเขียวช้ำจะพบได้บ้าง 1-2% โดยเฉพาะบริเวณรอบๆดวงตา หรือคาง สำหรับบริเวณอื่นๆ นั้นแทบจะไม่พบอาการเขียวหรือช้ำเลย และหากมีอาการเขียวช้ำ อาการเหล่านี้จะหายภายใน 1-2 อาทิตย์เท่านั้น
ไม่สมควรนวดไขมันโดยแรงถ้าไม่จำเป็น ยกเว้นแต่ไขมันไปจับตัวผิดที่และไม่เรียบ เพราะว่าการทำเช่นนั้น จะเพิ่มการสลายตัวของไขมันได้
จากข้อมูลทางสถิติที่ #ชานิสาคอสเมติกส์คลินิก พบว่ามีคนไข้จำนวนมาก เข้ามาปรึกษาและรับการรักษาเกี่ยวกับนำสารแปลกปลอมดังกล่าวออก ดังนั้นทางคลินิกขอสรุปวิธีการรักษาดังนี้
#การฉีดสลาย 📌📌คนไข้มักเข้าใจผิดว่าฉีดสารตัวนี้แล้วทำให้ซิลิโคนเหลวสลายไป แต่แท้จริงแล้วสารกลุ่มนี้ยังไม่มียาสลาย เป็นเพียงเพื่อทุเลาอาการระยะหนึ่งเท่านั้น โดยตัวยาจะเข้าไปย่อยสลายเนื้อเยื่อปกติของเราร่วมกับพังผืดบริเวณที่ฉีดไม่แข็งตัวนิ่มลง ซึ่งแพทย์อาจใช้ฉีดก่อนหรือหลังหลังผ่าตัดขึ้นอยู่ดุลพินิจแพทย์ ซึ่งข้อระวังในการฉีดยาสลายต้องใช้ผู้ชำชาญฉีดเนื่องจากมีผลทำให้ผิวหนังขรุขระเป็นคลื่น ผิวหนังบาง เป็นสิวง่าย และตัวผิวหนังมีเส้นเลือดฝอยมากขึ้น โดยปกติถ้าไม่มีการหดรัดตัวของเนื้อเยื่อหรือแข็งตัวมากเกินไปก็ไม่แนะนำให้ฉีด
#การรับประทานยา 📌📌นับเป็นการรักษาแบบประคับประคอง เหมาะสำหรับคนไข้ที่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด หรือเป็นคนไข้ที่แพทย์ตรวจร่างกายแล้วเห็นว่ายังไม่สามารถผ่าตัดได้ในช่วงนั้น โดยส่วนใหญ่คนไข้มักมาด้วยเกิดการอักเสบรุนแรงหากผ่าตัดอาจเป็นการกระตุ้นการติดเชื้อมากขึ้น ซึ่งกลุ่มยาที่แพทย์สั่งจะเป็น Antibiotic, Steroid, ลดปวด ไม่แนะนำให้คนไข้ซื้อยารับประทานเองเนื่องอาจทำให้เกิดการดื้อยาและยากต่อการรักษาขั้นต่อไป
#การเจาะดูด 📌📌นับว่าเป็นการผ่าตัดอีกวิธีหนึ่ง ที่เอาสารแปลกปลอมออกจากร่างกายโดยเทคนิคเหมือนกับการดูดไขมัน แต่การเจาะหรือดูดบริเวณใบหน้านั้นต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะมีความเสี่ยงระดับหนึ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทใบหน้าได้ เช่น ภาวะปากเบี้ยว ยักคิ้วไม่ขึ้น ซึ่งคนไข้ต้องเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงเหล่านี้ได้ แพทย์ถึงจะทำการผ่าตัดให้ โดยปกติการเอาสารเหล่านี้ออกได้มากหรือน้อยเพียงใด แพทย์ไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน เพียงบอกได้คราวๆ เท่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพของเนื้อเยื่อบริเวณนั้นว่าแข็งตัวมากน้อยเพียงใด
#การขูดหรือผ่าตัดเลาะ 📌📌เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งสามารถเอาสารแปลกปลอมออกจากร่างกายได้ คนไข้ทั่วไปยังเข้าใจผิด ใช้คำว่าขูด โดยปกติสารเหล่านี้เมื่อแข็งตัวแล้วไม่สามารถขูดได้ ซึ่งต้องทำโดยการผ่าตัดเลาะสารแปลกปลอมออก ตำแหน่งที่นิยมผ่าตัดเลาะออกทำได้ตั้งแต่หน้าผาก เปลือกตาบน เปลือกตาล่าง จมูก ริมฝีปาก และคาง หรือพื้นที่อื่นๆ ซึ่งแพทย์ต้องตรวจดูก่อน ซึ่งขนาดของแผลผ่าตัดขึ้นอยู่กับขนาดของปัญหาในบริเวณนั้นๆ
#การเลาะพร้อมเสริมแท่งซิลิโคน 📌📌เป็นการผ่าตัดที่มีการพัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่งในเคสที่ฉีดสารแปลกปลอมมา สมัยก่อนเราผ่าตัดเลาะซิลิโคนออกแล้วต้องรอไประยะหนึ่ง ให้เนื้อเยื่อคืนสภาพ แล้วต้องมาเสริมหรือ
#เลาะซิลิโคนเหลวบริเวณคางพร้อมเสริมซิลิโคนแท่ง
จากข้อมูลทางสถิติที่ #ชานิสาคอสเมติกส์คลินิก พบว่ามีคนไข้จำนวนมาก เข้ามาปรึกษาและรับการรักษาเกี่ยวกับนำสารแปลกปลอมดังกล่าวออก ดังนั้นทางคลินิกขอสรุปวิธีการรักษาดังนี้
#การฉีดสลาย 📌📌คนไข้มักเข้าใจผิดว่าฉีดสารตัวนี้แล้วทำให้ซิลิโคนเหลวสลายไป แต่แท้จริงแล้วสารกลุ่มนี้ยังไม่มียาสลาย เป็นเพียงเพื่อทุเลาอาการระยะหนึ่งเท่านั้น โดยตัวยาจะเข้าไปย่อยสลายเนื้อเยื่อปกติของเราร่วมกับพังผืดบริเวณที่ฉีดไม่แข็งตัวนิ่มลง ซึ่งแพทย์อาจใช้ฉีดก่อนหรือหลังหลังผ่าตัดขึ้นอยู่ดุลพินิจแพทย์ ซึ่งข้อระวังในการฉีดยาสลายต้องใช้ผู้ชำชาญฉีดเนื่องจากมีผลทำให้ผิวหนังขรุขระเป็นคลื่น ผิวหนังบาง เป็นสิวง่าย และตัวผิวหนังมีเส้นเลือดฝอยมากขึ้น โดยปกติถ้าไม่มีการหดรัดตัวของเนื้อเยื่อหรือแข็งตัวมากเกินไปก็ไม่แนะนำให้ฉีด
#การรับประทานยา 📌📌นับเป็นการรักษาแบบประคับประคอง เหมาะสำหรับคนไข้ที่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด หรือเป็นคนไข้ที่แพทย์ตรวจร่างกายแล้วเห็นว่ายังไม่สามารถผ่าตัดได้ในช่วงนั้น โดยส่วนใหญ่คนไข้มักมาด้วยเกิดการอักเสบรุนแรงหากผ่าตัดอาจเป็นการกระตุ้นการติดเชื้อมากขึ้น ซึ่งกลุ่มยาที่แพทย์สั่งจะเป็น Antibiotic, Steroid, ลดปวด ไม่แนะนำให้คนไข้ซื้อยารับประทานเองเนื่องอาจทำให้เกิดการดื้อยาและยากต่อการรักษาขั้นต่อไป
#การเจาะดูด 📌📌นับว่าเป็นการผ่าตัดอีกวิธีหนึ่ง ที่เอาสารแปลกปลอมออกจากร่างกายโดยเทคนิคเหมือนกับการดูดไขมัน แต่การเจาะหรือดูดบริเวณใบหน้านั้นต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะมีความเสี่ยงระดับหนึ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทใบหน้าได้ เช่น ภาวะปากเบี้ยว ยักคิ้วไม่ขึ้น ซึ่งคนไข้ต้องเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงเหล่านี้ได้ แพทย์ถึงจะทำการผ่าตัดให้ โดยปกติการเอาสารเหล่านี้ออกได้มากหรือน้อยเพียงใด แพทย์ไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน เพียงบอกได้คราวๆ เท่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพของเนื้อเยื่อบริเวณนั้นว่าแข็งตัวมากน้อยเพียงใด
#การขูดหรือผ่าตัดเลาะ 📌📌เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งสามารถเอาสารแปลกปลอมออกจากร่างกายได้ คนไข้ทั่วไปยังเข้าใจผิด ใช้คำว่าขูด โดยปกติสารเหล่านี้เมื่อแข็งตัวแล้วไม่สามารถขูดได้ ซึ่งต้องทำโดยการผ่าตัดเลาะสารแปลกปลอมออก ตำแหน่งที่นิยมผ่าตัดเลาะออกทำได้ตั้งแต่หน้าผาก เปลือกตาบน เปลือกตาล่าง จมูก ริมฝีปาก และคาง หรือพื้นที่อื่นๆ ซึ่งแพทย์ต้องตรวจดูก่อน ซึ่งขนาดของแผลผ่าตัดขึ้นอยู่กับขนาดของปัญหาในบริเวณนั้นๆ
#การเลาะพร้อมเสริมแท่งซิลิโคน 📌📌เป็นการผ่าตัดที่มีการพัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่งในเคสที่ฉีดสารแปลกปลอมมา สมัยก่อนเราผ่าตัดเลาะซิลิโคนออกแล้วต้องรอไประย
#ดูดซิลิโคนเหลวที่กำลังอักเสบบริเวณแก้ม
🖇#ซิลิโคนเหลว 👉👉เป็นสารแปลกปลอมสังเคราะห์ที่ไม่สลายตัว ในช่วงแรกที่ฉีดสารดังกล่าวคนไข้บางรายอาจไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เนื่องจากร่างกายมนุษย์ไม่มีเอนไซม์ที่จะย่อยทำลายสารแปลกปลอมได้ ร่างกายจึงมีการตอบสนองโดยการสร้างพังผืดขึ้นในบริเวณที่มีการฉีดสารเข้าไปแทน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปเมื่อเซลล์ที่ตอบสนองต่อการอักเสบต่างๆ เกิดขึ้น ผลจากการฉีดนี้ก็จะจับตัวกันรวมเป็นก้อนแข็ง ผิดรูป มีอาการเจ็บปวด ทั้งยังมีการอักเสบเรื้องรัง ทำให้เกิดแผลขึ้นได้
🖇#ซิลิโคนเหลวอยู่ในร่างกายเราได้จริงหรือไม่ 👉👉จากการเก็บสถิติของคนไข้ที่มารักษากับทาง #ชานิสาคอสเมติกส์คลินิก พบว่าสารแปลกปลอมจำพวกซิลิโคนเหลวสามารถอยู่ในร่างกายเราได้ โดยไม่มีปฏิกิริยา ซึ่งหมายถึงในผู้ที่ฉีดซิลิโคนเหลวไปแล้ว ไม่ใช่ว่าทุกรายที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน มีคนไข้จำนวนน้อยที่ภายหลังการฉีดแล้วไม่มีอาการใดๆ ดังนั้นในคนกลุ่มนี้จึงอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดรักษาเพื่อนำสารเติมเต็มนี้ออก ยกเว้นผู้ที่เกิดอาการต่อต้าน มีการอักเสบ หรือผิดรูปขึ้น
🖇#ระยะเวลาการอักเสบขึ้นอยู่กับ 👉👉 ชนิด ปริมาณของสารที่ฉีด กับการตอบสนองของร่างกายของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยส่วนใหญ่หลังจากฉีดซิลิโคนเหลวประมาณ 3-5 ปี จะเริ่มมีปฏิกิริยาต่อต้าน อักเสบ หรือผิดรูป #ดังนั้นทางที่ดี 👉👉ก่อนตกเป็นเยื่อจากซิลิโคนเหลวหรือสารแปลอกปลอมต่างๆ คนไข้ควรปรึกษากับแพทย์โดยตรง สอบถามถึงข้อดีข้อเสียของสารที่ใช้ฉีด และในกรณีที่ได้ผลไม่เป็นที่พอใจ แพทย์สามารถแก้ไขให้ได้หรือไม่ หรือสถานที่ทำควรเป็นโรงพยาบาล หรือคลินิกที่มีมาตรฐาน มีการอนุมัติจากกองประกอบโรคศิลปะอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ ✔คนไข้สามารถตรวจเช็คความชำนาญของแพทย์เฉพาะทางได้ที่ http://www.surgery.or.th/sur_list.php
และ http://www.tmc.or.th/service_check.php
#เลาะซิลิโคนเหลวบริเวณจมูกพร้อมเสริมใหม่
🖇#ซิลิโคนเหลว 👉👉เป็นสารแปลกปลอมสังเคราะห์ที่ไม่สลายตัว ในช่วงแรกที่ฉีดสารดังกล่าวคนไข้บางรายอาจไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เนื่องจากร่างกายมนุษย์ไม่มีเอนไซม์ที่จะย่อยทำลายสารแปลกปลอมได้ ร่างกายจึงมีการตอบสนองโดยการสร้างพังผืดขึ้นในบริเวณที่มีการฉีดสารเข้าไปแทน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปเมื่อเซลล์ที่ตอบสนองต่อการอักเสบต่างๆ เกิดขึ้น ผลจากการฉีดนี้ก็จะจับตัวกันรวมเป็นก้อนแข็ง ผิดรูป มีอาการเจ็บปวด ทั้งยังมีการอักเสบเรื้องรัง ทำให้เกิดแผลขึ้นได้
🖇#ซิลิโคนเหลวอยู่ในร่างกายเราได้จริงหรือไม่ 👉👉จากการเก็บสถิติของคนไข้ที่มารักษากับทาง #ชานิสาคอสเมติกส์คลินิก พบว่าสารแปลกปลอมจำพวกซิลิโคนเหลวสามารถอยู่ในร่างกายเราได้ โดยไม่มีปฏิกิริยา ซึ่งหมายถึงในผู้ที่ฉีดซิลิโคนเหลวไปแล้ว ไม่ใช่ว่าทุกรายที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน มีคนไข้จำนวนน้อยที่ภายหลังการฉีดแล้วไม่มีอาการใดๆ ดังนั้นในคนกลุ่มนี้จึงอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดรักษาเพื่อนำสารเติมเต็มนี้ออก ยกเว้นผู้ที่เกิดอาการต่อต้าน มีการอักเสบ หรือผิดรูปขึ้น
🖇#ระยะเวลาการอักเสบขึ้นอยู่กับ 👉👉 ชนิด ปริมาณของสารที่ฉีด กับการตอบสนองของร่างกายของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยส่วนใหญ่หลังจากฉีดซิลิโคนเหลวประมาณ 3-5 ปี จะเริ่มมีปฏิกิริยาต่อต้าน อักเสบ หรือผิดรูป #ดังนั้นทางที่ดี 👉👉ก่อนตกเป็นเยื่อจากซิลิโคนเหลวหรือสารแปลอกปลอมต่างๆ คนไข้ควรปรึกษากับแพทย์โดยตรง สอบถามถึงข้อดีข้อเสียของสารที่ใช้ฉีด และในกรณีที่ได้ผลไม่เป็นที่พอใจ แพทย์สามารถแก้ไขให้ได้หรือไม่ หรือสถานที่ทำควรเป็นโรงพยาบาล หรือคลินิกที่มีมาตรฐาน มีการอนุมัติจากกองประกอบโรคศิลปะอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ ✔คนไข้สามารถตรวจเช็คความชำนาญของแพทย์เฉพาะทางได้ที่ http://www.surgery.or.th/sur_list.php
และ http://www.tmc.or.th/service_check.php